Sunday, March 15, 2015

วิธีการฉีดน้ำหอม

ตัวอย่างน้ำหอมในวันนี้ คือ น้ำหอม Versace Blue Jeans หรือ Versus Blue Jeans
ตัวนี้เป็นน้ำหอมที่กลิ่นไม่ทนนะครับ ยิ่งฉีดใส่เสื้อผ้า ยิ่งไม่ทน

ตัวนี้ที่มันไม่ทนเพราะว่ามันเป็น EDT ด้วยครับ ปริมาณหัวน้ำหอมน้อย
เรื่องกลิ่น หอมสดชื่นใช้ได้ครับ แต่ไม่ค่อยเด่น สมราคา 1000 ถ้วนๆ

เรื่องความทนของน้ำหอมมันขึ้นอยู่กับหลายๆอย่าง
ประเภทของน้ำหอม ว่าเข้มข้นมากเท่าไหร่
อุณหภูมิของร่างกาย
กิจวัตรประจำวันของเรา
และสิ่งสำคัญที่ทำให้เราใช้น้ำหอมให้ทน ก็คือ วิธีฉีดน้ำหอม

วิธีฉีดน้ำหอม ง่ายๆไม่ยาก

หลังจากที่คุณอาบน้ำเสร็จใหม่ยังไม่ต้องใส่เสื้อผ้านะครับให้คุณฉีดตามจุดชีพจร
และอยากให้มันฟุ่งมากขนาดไหนก็เพิ่มจุดไปตามลำดับ

เริ่มต้นจาก คอ (ใต้ติ่งหู) ซ้าย-ขวา
ข้อพับแขน ซ้าย-ขวา
ข้อมือ ซ้าย-ขวา
หน้าขา ซ้าย-ขวา
อีก 1 จุด เป็นจุดพิเศษ ( สำหรับคุณผู้หญิง ) ก็คือใส่เสื้อแล้วก็เปิดขอเสื้อแล้วฉีดเข้าไปที่ร่องอก

ถ้าฉีดทุกจุดแล้วยังไม่พอ ก็เพิ่มอีกวิธีคือ
หลังจากที่คุณอาบน้ำเสร็จใหม่ยังไม่ต้องใส่เสื้อผ้าฉีดทุกจุดตามที่บอกแล้วจากนั้น ถือขวดน้ำหอม แล้วยืดแขนออกไป 45 องศา ฉีดน้ำหอมเร็วๆซัก 2 ทีแล้วเราก็เดินผ่าน จะทำให้ละอองน้ำหอมโดนตัวเราทุกจุดของร่างกายแบบไม่เน้น

ถ้าฉีดหมดแล้วยังไม่พอใจ รึว่ามันยังทนไม่พองั้นผมก็มีวิธีเพิ่มอีกอย่าง
วิธีเพิ่มอีกอย่างก็คือ ซื้อโลชั่นกลิ่นเดียวกันกับน้ำหอมมาด้วย ให้เราทาโลชั่นไปก่อนจะทาทั้งตัวหรือทาเฉพาะจุดที่เราฉีดน้ำหอมก็ได้ มันจะทำให้ผิวเราชุ่มชื่นซึมซับน้ำหอมได้ดี และทำให้น้ำหอมติดทนมากขึ้น

ทำไมต้องฉีดที่จุดชีพจร

ร่างกายเรามีอุนหภูมิที่อุ่น แต่จุดที่อุ่นที่สุดคือจุดที่มีเลือกไหลผ่าน จุดชีพจรคือจุดที่เหลือดไหลผ่านจำนวนมาก และมันการปั้มเลือดเป็นจังหวะจากหัวใจ จุดที่อุ่นจะทำให้น้ำหอมซึมลงได้ดี และที่สำคัญทุกๆจังหวะของหัวใจทำให้น้ำหอมฟุ่งออกมา ทีล่ะนิด ที่ล่ะนิด และที่ร่องอกของผู้หญิงสามารถซึมซับน้ำหอมได้ดีกว่าผู้ชายทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจช่วยให้น้ำหอมที่ร่องออกทำงานได้ดี

แล้วทำไมต้องฉีดทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จ
ก็เพราะว่า เวลาเราอาบน้ำเราได้ชำระสิ่งอุดตันตามรูขุมขนทุกจุดของร่างกาย และทำให้รูขุมขนรับน้ำหอมได้เต็มที่ไม่มีสิ่งอื่นปะปนทำให้น้ำหอมกลิ่นเพี้ยน และการฉีดก่อนแต่งตัวทำให้น้ำหอมซึมลงไปในผิวแล้ว ก่อนที่เราจะใส่เสื้อผ้าเสร็จ น้ำหอมไม่โดนเสื้อผ้าไม่เสียของ

การใช้น้ำหอมที่ดีควรใช้กลิ่นเดียวกันอย่างสม่ำเสมอมันจะมีผลให้น้ำหอมติดทนมากขึ้นด้วย

ฉีดน้ำหอมใส่เสื้อผ้าเท่ากับเททิ้ง ถ้าจะฉีดใส่เสื้อผ้า ให้ฉีดใส่ผ้าผืนเล็กๆแล้วนำไปไว้ในตู้เสื้อผ้าจะทำให้กลิ่นน้ำหอมติดเสื้อผ้าจางๆ

น้ำหอม 1 ขวด ราคาเป็นพัน บางขวดหลายพัน เราจึงควรใช้น้ำหอมให้ถูกวิธี

ที่มา: xn----6xfb4ac0ddme7bf3yg3ch.blogspot.com หรือ www.TaradPre.com

การแพ้ของน้ำหอม

เมื่อพูดถึงการแพ้น้ำหอมในที่นี้

เราไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่น้ำหอมหลากหลายยี่ห้อ แต่หมายรวมไปถึงสารให้กลิ่นหอมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอาง ซึ่งได้กลายเป็นสาเหตุหลักของการแพ้เครื่องสำอาง ในปัจจุบัน

การแพ้น้ำหอมเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น แพ้แอลกอฮอล์ซึ่งเป็นตัวช่วยระเหยน้ำมันหอม แพ้สารเคมีจากน้ำหอมสังเคราะห์ ในอุตสาหกรรมการผลิตมีการแบ่งเกรดน้ำหอมตามความเข้มข้นของน้ำมันหอมที่ถูกทำให้เจือจางด้วยแอลกอฮอล์ ยิ่งมีส่วนผสมของน้ำมันหอมน้อยยิ่งมีโอกาสในการแพ้สูง จึงควรอ่านฉลากก่อนซื้อ
  1. Eau de Cologne หรือโคโลญจ์ มีส่วนผสมของน้ำมันหอมเพียง 3-5%
  2. Eau de Toilette มีส่วนผสมของน้ำมันหอม 4-8% 
  3. Eau de Parfum มีส่วนผสมของน้ำมันหอม 15-18% 
  4. Extra Parfum หรือ Parfum ผสมหัวน้ำมันหอมประมาณ 22-36% เป็นน้ำหอมที่มีระดับความเข้มข้นสูง ปริมาณของส่วนผสมของแอลกอฮอล์ลดลงอย่างมากจึงทำให้กลิ่นมีความนุ่มและทนขึ้นมาก 
  5. Perfume Gentle มีส่วนผสมของน้ำมันหอมใกล้เคียงกับ Eau de Parfum แต่สกัดสารที่ทำให้แพ้ออก มีราคาสูงกว่า Eau de Parfum ประมาณ 5 เท่า
  6. Parfum Fraction มีส่วนผสมของน้ำมันหอมที่สกัดจากธรรมชาติ 100% จึงมีราคาสูงที่สุดและไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ 

คุณมีอาการเหล่านี้..หรือไม่

คนทั่วไปมักเข้าใจว่าการจามหรือโรคทางระบบหายใจบอกถึงอาการแพ้น้ำหอม แต่ความจริงแล้วการแพ้นั้นมีหลากหลายจนเราอาจคิดไม่ถึงว่าเกิดจากน้ำหอม


คันตามผิวหนัง

มักเกิดบริเวณที่แต้มน้ำหอม เช่น กกหู ต้นคอ ข้อพับ ป้องกันได้ด้วย การทดลองแต้มน้ำหอมในบริเวณท้องแขนทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนซื้อ


ใบหน้าเป็นสิว

เกิดจากสารเคมีหรือส่วนประกอบในน้ำหอมเข้าไปอุดตันรูขุมขนทำให้ อักเสบ มักพบเมื่อใช้น้ำหอมหรือเครื่องสำอางประมาณ 1 เดือนขึ้นไป วิธีแก้คือหยุดใช้ทันที และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมแทน


ผื่นแพ้

ในกรณีของคนที่มีอาหารแพ้มากอาจพบลักษณะตุ่มน้ำใส หรือเป็นหนอง อาการนี้พบได้ไม่บ่อยนัก


รอยด่างดำบริเวณที่แต้มน้ำหอม

รอยนี้จะเกิดขึ้นเมื่อถูกแสงแดด เพราะน้ำหอมจะดูด ซับรังสีอัลตร้าไวโอเลตจนเกิดรอยด่างดำลักษณะคล้ายฝ้า รักษาให้หายได้โดยใช้ยาทา


ระคายเคืองตาและเยื่อบุจมูก

เกิดจากการฉีดสเปรย์น้ำหอม วิธีแก้คือให้ฉีดน้ำหอมใน ต่ำกว่าระดับไหล่และห่างจากตัวประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการระคายเคือง แล้วยังไม่ทำให้เกิดรอยด่างบนเสื้อผ้า แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้ใช้การแต้มน้ำหอมตรงจุดชีพจร ข้อพับ ไหปลาร้า หลังอาบน้ำใหม่ๆ แทนการฉีดสเปรย์ วิธีนี้ทำให้กลิ่นติดทนนานขึ้นด้วย


SICK HOUSE SYNDROME

โรคนี้เกิดจากมลภาวะภายในบ้าน เช่น ฝุ่นละออง สีทาบ้าน กลิ่นบุหรี่ แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ทำให้ปวดศีรษะเรื้อรัง และในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อปอดได้


ทำอย่างไรเมื่อแพ้น้ำหอม

หยุดการใช้น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมนั้นทันที หลังจากนั้นสังเกตดูว่ามีอาการแพ้ลุกลามมากขึ้นหรือไม่ โดยมากมักจะหายภายใน 7-10 วัน แต่หากมีอาการรุนแรงควรรีบปรึกษาแพทย์

หากเป็นผื่นแดง หรือเป็นตุ่มบวม หรือเป็นตุ่มน้ำใสมีน้ำเหลืองซึมออกมา ควรทำความสะอาดแผลและใส่ยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการอักเสบเป็นหนอง และควรไปพบแพทย์เพื่อให้ตรวจดูว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากการแพ้เครื่องสำอางหรือไม่

สำหรับคนแพ้มากถึงขนาดน้ำหอมสัมผัสผิวโดยตรงไม่ได้ อาจใช้วิธีฉีดน้ำหอมใส่ผ้าเช็ดหน้าแล้วพกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกงแทนก็ได้ความหอมไม่แพ้กัน

ที่มา: xn----6xfb4ac0ddme7bf3yg3ch.blogspot.com หรือ www.TaradPre.com

Tuesday, March 10, 2015

การแบ่งประเภทต่างๆของน้ำหอม

เรื่องน้ำหอมต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทั้งสาวหนุ่มต่างพากันประสบพบเจอมาแล้วจริงมั้ยละคะ แล้วรู้รึป่าว ว่าน้ำหอมเป็นยังไง การแบ่งชนิดหรือประเภทของน้ำหอมสามารถใช้เกณฑ์แบ่งได้ 2 แนว คือการแบ่งน้ำหอมด้วยการพิจารณาลักษณะสูตรส่วนผสม และการแบ่งน้ำหอมตามรดับความเข้มข้น

การแบ่งน้ำหอมตามลักษณะสูตร ส่วนผสมจะแบ่งได้ดังนี้


  1. น้ำหอมประเภทที่มีแอลกอฮอล์ เป็นน้ำหอมที่คุณจะพบได้มากที่สุด น้ำหอมประเภทนี้จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่ออำนวยให้ได้ปริมาณสัดส่วนพอเหมาะ น้ไหอมจะระเหยได้อย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้ซึ่งกลิ่นหอมตราตรึงซึ้งใจ แต่น้ำหอมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นี้มีข้อเสียคือส่วนผสมอัลกอฮอล์อาจก่อให่เกิดการระคายเคือง และใจกรณีที่ผู้ใช้มีผิวละเอียดอ่อน (sensitive skin) ก็จะแพ้น้ำไหอมได้ง่าย
  2. น้ำหอมประเภท alcohol-free (ปราศจากแอลกอฮอล์) นั้นมีข้อดีคือ เป็นน้ำหอมที่ปราศจากแอลกอฮอล์ เป็นส่วนผสมที่อยู๋กึ่งกลางระหว่าง Eau de Toilette และ Body tonic ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผวที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งในทางกลับกันนี้ก็ส่งผลให้เกิดข้อด้อยตรงที่กลิ่นหอมจะขาดชีวิตชีวา เพราะเมื่อต้รกำเนิดกลิ่นละลายตัวผสมกับน้ำจะส่งผลให้แนวกลิ่นไม่คงประสิทธิภาพเท่ากับน้ำหอมที่มตัวละลายหลักเป็แอลกอฮอล์ และอาจให้ความรู้สึกเหนอะหนะเล็กน้อยแก่ผิวกายเมื่อส่วนผสมหลักที่เป้นน้ำระเหยไป นี่เป็นผลสืบเนื่องมาจากส่วนผสมที่เป็นตัวทำละลาย ซึ่งเป็นส่วนผสมจำเป็นในกรณีไม่มีแอลกอฮอล์
  3. น้ำหอมประเภท dry oils (น้ำมันระเหย) นั้นปราศจากแอลกอฮอล์ และส่งผลในการปรนิบัติบำรุงผิว เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง แต่อย่างไรเสีย น้ำหอมประเภทนี้จะฉีดพรมสเปรย์ได้ไม่ดีนัก ทั้งยังมีน้ำมันเกาะตัวบางๆ บนผิว ซึ่งแม้จะบางเบาแต่ก็สามารถอุดตันรูขุมขนและ เหนอะหนะ ทำให้กลายเป็นน้ำหอมอันไม่พีงประสงค์ในสภาพอากาศร้อน และอบอ้าวแบบเมืองไทย
  4. น้ำหอมประเภท perfume compact และแบบ stick น้ำหอมแบบ compact นี้ เล่าขานกันว่ามีมาแต่โบราณโน่น หน้าตาก้เป้นผลึกแน่นเหมือนแป้งตลับ หรือรองพื้นประเภท compact เวลาใช้ก็แค่แตะปลายนิ้วเกลี่ยลงไปบนแป้งน้ำหอมเบาๆ แล้วทาลงตรงจุดชีพจร ปัจจุบันก็มีคนหวนไห้หากรรมวิธีแบบนี้ เลยนำมาใช้ผลิตน้ำหอมบ้าง หากมักผลิตออกมาเป้นประเภท ผลิตภัณฑ์มีจำนวนจำกัด (limited edition) คือ หมดแล้วหมดเลย สำหรับน้ำหอมแบบแท่งจะมีหน้าตาคล้ายลิปติกโดยที่เนื้อผลิตภัณฑ์ ส่วนมากมักใช้สูตรส่วนผสมเนื้อเจลแข็ง ในกรณีที่ว่าน้ำหอมแบบ compact นั้น นิ้วคุณอาจสกปรก ไม่ได้ล้างนิ้ว ก็ใช้แบบแท่งนี่แหละ หมุนๆออกมาจากปลอก แล้วทาตัวได้เลยสเมือนเป็น deodorant กลายๆ

หากคุณมีความสนใจเรื่องน้ำหอม ตามเข้าไปดูน้ำหอมยี่ห้อต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์น้ำหอมแท้ จ้า

การแบ่งน้ำหอมตามระดับความเข้มข้น

น้ำหอมได้รับการออกแบบด้านความเข้มข้นให้ระดับต่างกัน โดยทั่วไปจะแบ่งน้ำหอมได้ 4 ระดับ คือ


  1. Perfume มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ 96 ดีกรี หมายถึงมีปริมาณแอลกอฮอล์  70-80% ฉะนั้นจะมีน้ำหอมบริสุทธิอยู่ประมาณ 15-40% ซึ่งปริมาณ 20% จะระเหยไปอีก 30% และที่เหลือ 50% ของปริมาณน้ำหอมทั้งหมดจะติดตัวคุณไปตลอดทั้งวัน
  2. Eau de Perfume มีความเข้ม 85 ดีกรี หมายถึงมีปริมาณแอลกอฮอล์ 80-85% ฉะนั้นก็จะมีน้ำหอมบริสุทธิ์อยู่ประมาณ 7-14% ซึ่งมีปริมาณ 40% จะระเหยไปภายใน 15 นาที พอผ่านไปอีก 45 นาที ก็จะระเหยไปอีก 30% เหลือให้อวลไอติดผิวกายไปตลอดวัน 30%
  3. Eau de Tiolette มีความเข้มข้น 85 ดีกรี แต่มีปริมาณน้ำหอมบริสุทธิ์น้อยกว่า eau de perfume ทำให้มีกลิ่นอ่อนกว่า เบาบางกว่า นั่นคือ 3-10% ซึ่ง 50% จะระเหยไปภายใน 15 นาที จากนั้นอีก 45 นาทีก็จะระเหยไปอีก 30% และจะเหลือตราตรึงซึ้งอารมณ์ไปตลอดวัน  20%
  4. Eau de Cologne และ Eau Fraiche มีอัตราส่วนผสมคล้ายคลึงกัน คือความเข้มข้นประมาณ 80 ดีกรี หมายถึงปริมาณแอลกอฮอล์ 60-75% มีน้ำหอมบริสุทธิ์อยู่ราวๆ 3-7% ภายใน 15 นาที แรกจะระเหยไป 60% และอีก 45 นาที ปริมาณ 40% ที่เหลือก็จะระเหยไป
หากคุณมีความสนใจเรื่องน้ำหอม ตามเข้าไปดูน้ำหอมยี่ห้อต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์น้ำหอมแท้ จ้า

ที่มา : เจิดจรัส. 2544. น้ำหอมเพื่อเรื่อนกายหอมกรุ่น. น้ำฝน. กรุงเทพฯ

Friday, March 6, 2015

วิธีการดูน้ำหอม ของแท้


น้ำหอมของแท้ ดูอย่างไร

เราจะรู้ได้ไงว่าน้ำหอมที่เราซื้อมาเป็น ของแท้ จะทำยังไงถึงจะรู้ว่าน้ำหอมของแท้รึเปล่า ร้านขายน้ำหอมมีเต็มไปหมด แต่สิ่งที่ต้องการคือ น้ำหอมของแท้ หลายๆคนก็เข้าไปซื้อที่เค้าเตอร์ห้างเพื่อความสบายใจและมั่นใจว่าได้น้ำหอมของแท้100% แต่ราคาในเค้าเตอร์ห้างก็ใช่ว่าจะสามารถซื้อได้ทุกคน หรือ ซื้อได้ทุกกลิ่นที่เราต้องการ แต่ร้านที่ไม่ใช่เค้าเตอร์ห้างก็มีน้ำหอมของแท้มาขายราคาก็ถูกแสนถูก เพราะฉะนั้นเราต้องมาหาวิธีดูว่าน้ำหอมของแท้ 100%

วิธีดูน้ำหอมของแท้


  1. ซีลพลาสติก

    น้ำหอมของแท้ 80-90% มีซีลพลาสติก ซึ่งกาวที่ใช้ซีลพลาสติกก็มีความพิเศษ กาวที่ว่านี้จะมีความ ใส ใสมากๆ กาวนี้ปลอมยากมาก การติดกาวแต่ล่ะแบรนด์ก็ต่างกันถ้ามองดีๆจะเห็น เช่น DKNY จะติดกาว เป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า

    และการซีลพลาสติกของแต่ล่ะแบรนด์ก็มีความแตกต่างกัน เราสามารถเข้าไปดูในเค้าเตอร์ห้างหรือสอบถามเราได้ที่ www.TaradPre.com ก็ได้
  2. กล่อง

    น้ำหอมของแท้ ทุกแบรน์ ต้องมีสิ่งที่ใช้ห่อหุ้ม กล่อง กระป๋อง พลาสติกทำเป็นกรอบ ในเมื่อแต่ล่ะแบรนด์มีความแตกต่าง ฉนั้นเราต้องไปหาดูก่อนว่ากล่องมันควรเป็นแบบไหน
  3. ตัวหนังสือ

    น้ำหอมของแท้ ต้องมีตัวหนังสือที่คม ยี้ห้อชัดเจน แม้ว่าตัวหนังสือจะเล็กขนาดไหนก็ต้องอ่านได้ชัด ไม่เลือนลาง
  4. ซับกล่อง

    น้ำหอม ของแท้ ของในหล่อง จะมีซับกล่องอีกที เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหอมขยับในกล่องทำให้น้ำหอมเสียหาย
  5. รหัสต่างๆ

    น้ำหอม ของแท้ จะมีรหัสอยู่ 2-3 แบบ แล้วแต่ว่าผู้ผลิตจะใช้รหัสรวมกัน หรือ แยก

    1. รหัส ล๊อตผลิต
    2. รหัส ประเทศจำหน่าย
    3. รหัส รหัส สินค้า

    การติดรหัสแต่ล่ะแบรนด์ก็จะต่างกัน ยิงด้วยเลเซอร์ ปั้มตัวยุบ ทำตัวนูน ทำตัวยุบลงไปแล้วใส่สีต้องมีรหัสอยู่ชุดนึงที่ กล่อง กับ ขวด ตรงกัน บางแบรนด์ก็ใช้ รหัส ล๊อตผลิต
  6. ขวดน้ำหอม

    น้ำหอม ของแท้ จะมีขวดสวย ตามรอยต่อจะเรียบสนิทไม่บาทมือ ตัวหนังสือจะต้องคมรายละเอียดชัดเจน ยกเว้น รหัสกับบาร์โค้ดที่ยิงด้วยเลเซอร์ บาร์โค้ดอาจจะเบี้ยวๆนิดๆ
  7. ก้านเสปรย์

    น้ำหอม ของแท้ ส่วนใหญ่เราจะมองเห็นเข้าไปในขวด เราจะได้เห็นก้านเสปรย์ ส่วนก้านเสปรย์ที่ยังไม่เคยใช้ จะยังมีอากาศอยู่ประมาณครึ่งหลอด หรือเต็มหลอด อย่าลืมดูนะครับจะได้รู้ว่ามีใครแอบใช้ไปรึเปล่า
  8. แอลกอฮอล์

    น้ำหอม ของแท้ เมื่อเราทำการฉีดที่ข้อมือเพื่อลองดม จะมีกลิ่นของ แอลกอฮอล์ ไม่แรงจนเกินไป แต่จะมีบางตัวที่กลิ่นแอลกอฮอล์แรง เช่น Bvlgari BLV Pour Homme EDT น้ำหอมตัวนี้ตอนฉีดครั้งแรกจะมีกลิ่นของ แอลกอฮอล์ ขึ้นมา แต่พอเราปล่อยให้น้ำหอมซึมเข้าผิว จะเหลือแต่กลิ่นสดชื่น น้ำหอมบางตัวต้องมีการเปรียบเทียบ
  9. กลิ่น นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

    น้ำหอม ของแท้ ไม่ว่าจะผลิตมาแล้ว ร้อยครั้ง พันครั้ง ผลิตครั้งที่ เท่าไหร่กลิ่นก็จะเหมือนเดิม ถ้าคุณเคยใช่แล้วต้องลองเทียบกับอันเก่าของคุณว่าเหมือนกันทุกอย่างรึเปล่า ทั้งความหอม และ ความทน เหมือนกันรึเปล่า
วิธีดูน้ำหอมของแท้

เพื่อนๆสามารถเอาไปใช้ดูน้ำหอมของเพื่อนๆที่เพิ่งซื้อมาว่าแท้รึเปล่า หรือ เพื่อนๆมีวิธีอื่นเพิ่มเติมก็โพสทิ้งไว้ เอาไว้ใช้เวลาเลือกซื้อน้ำหอมจะได้ไม่โดนหลอก

รบกวนผู้ที่นำบทความนี้ไปใช้ ขอเครดิตให้ http://น้ำหอม-น้ำหอม.blogspot.com หรือ www.TaradPre.com ด้วยนะคะ ขอร้อง.....

หมายเหตุ ทุกอย่างมีการผิดพลาดได้ น้ำหอมก็เหมือนกัน ความผิดพลาดจากผู้ผลิตเกิดขึ้นได้ และมีอยู่ตลอดเวลา เช่น น้ำหอมตกตะกอน กลิ่นแรงเกินไป กลิ่นเบาเกินไป เสปรย์กดไม่ลง แกะกล่องมาน้ำหอมในขวดไม่มี ความผิดพลาดจากผู้ผลิต สามารถเกิดขึ้นได้ทุกแบรนด์ทางที่ดีควรหา ร้าน น้ำหอม ของแท้ ที่ขายแต่ของแท้ และเป็นร้านที่มีความน่าเชื่อถือ

Thursday, March 5, 2015

เริ่ม Blog ครั้งแรกอย่างเป็นทางการของเว็บไซต์ TaradPre.com ตลาดพรีออเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ลูกค้าที่น่ารักทุกคน

ทางตลาดพรี ต้องการจะเปิด Blog และนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าทุกๆท่าน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการดูสินค้า วิธีการเลือกสินค้า วิธีป้องกันการโกง และ อื่นๆ อีกมากมาย ที่ทางเราจะนำเสนอ เพื่อประโยชน์แก่ลูกค้า E-Commerce ทุกคนนะคะ ความรู้จากเว็บไซต์แห่งนี้สามารถใช้ได้กับร้าน E-Commerce ทุกๆที่ค่ะ


มีอะไรสอบถามเพิ่มเติม ทางทีมงานยินดีให้คำปรึกษาค่ะ


แล้วไว้เตรียมพบกับบทความดีดีจากทางเรา